วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เอกสิทธิและความคุ้มกันทางการทูต

เอกสิทธิและความคุ้มกันทางการทูต

™เอกสิทธิและความคุ้มกันขององค์การระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่และตัวแทนองค์การระหว่างประเทศ
 
กฎหมายการทูตมีวิวัฒนาการมาจากกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ 

1949 : ILC           Vienna Convention on Diplomatic Relations 1961

พรบ.ว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันทางทูต พ.ศ. 2527
 คณะผู้แทนทางทูต

1. หัวหน้าคณะผู้แทน (Head of the Mission)
แต่งตั้งไปยังประมุขของรัฐผู้รับ
   -     ชั้นเอกอัครราชทูต (Ambassador) เอกอัครสมณทูต (Nuncio) ผู้แทนของสันตะปาปา
       -     ชั้นรัฐทูต (Envoy) อัครราชทูต (Minister) อัครสมณทูต (Internuncios)
แต่งตั้งไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัฐผู้รับ
    -      ชั้นอุปทูต (Charge d’Affaires)
  


2. บุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายทูต (Members of the Diplomatic Staff)
3. บุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการและวิชาการ (Members of the Administrative and Technical staff)
4. บุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการ (Members of the Service staff of the Mission)
5. ครอบครัวของบุคคลในคณะผู้แทนทางการทูต (Family of the members of Diplomatic Mission)
6. คนใช้ส่วนตัว (Private Servant)
 การเข้าดำรงตำแหน่งของผู้แทนทางทูต

รัฐผู้ส่ง (sending State) แต่งตั้งตัวแทนทางทูตไปยังรัฐผู้รับ (receiving State) โดยหัวหน้าคณะผู้แทน (Head of Mission)ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐผู้รับ (Agrément)  

การเข้าดำรงตำแหน่งสมบูรณ์เมื่อได้ยื่นสาส์นตราตั้งต่อประมุขของรัฐผู้รับ หรือบอกกล่าวการมาถึงต่อกระทรวงการต่างประเทศของรัฐผู้รับ
 
ตัวแทนทางทูตอื่น ๆ

      รัฐผู้ส่งต้องแจ้งต่อรัฐผู้รับถึงการมาถึงของคณะผู้แทนทางการทูต รวมทั้งการสิ้นสุดหน้าที่ด้วย

ในเวลาใดๆ ก็ตาม รัฐผู้รับมีสิทธิแจ้งต่อรัฐผู้ส่งว่าบุคคลในคณะผู้แทนทางการทูต เป็นบุคคลที่ไม่พึงปรารถนา (persona non grata) หรือไม่พึงยอมรับได้โดยไม่จำต้องให้เหตุผล

ผล

      รัฐผู้ส่งต้องเรียกกลับและสิ้นสุดหน้าที่

หน้าที่ของคณะผู้แทนทางทูต
เป็นผู้แทนรัฐผู้ส่ง

คุ้มครองผลประโยชน์ของรัฐผู้ส่งและคนชาติ

เจรจากับรัฐบาลของรัฐผู้รับ

สืบเสาะให้แน่ด้วยวิถีทางทั้งมวลอันชอบด้วยกฎหมายถึงสภาวะและพัฒนาการในรัฐผู้รับและรายงานไปยังรัฐบาลของรัฐผู้ส่ง

ส่งเสริมและพัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างรัฐผู้ส่งกับรัฐผู้รับ และพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและวิทยาศาสตร์

ตัวแทนทางทูตต้องไม่ปฏิบัติกิจกรรมใดทางวิชาชีพหรือพาณิชย์เพื่อประโยชน์ส่วนตัวในรัฐผู้รับ
การสิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง

สาเหตุอันเนื่องมาจากรัฐผู้ส่ง

  - หน้าที่การงานสิ้นสุด

สาเหตุอันเนื่องจากรัฐผู้รับ

  - persona non grata

สาเหตุอื่น

  - การลาออก การตาย
วิธีการทำให้การดำรงตำแหน่งสิ้นสุดลง


- เรียกหัวหน้าคณะผู้แทนกลับ
 

- เรียกบุคคลอื่นในคณะผู้แทนกลับ
 

- การขับไล่ (Expulsion)

ความหมายของเอกสิทธิและความคุ้มกัน


เอกสิทธิ (privileges)

      สิทธิของรัฐผู้รับที่จะให้ต่อรัฐผู้ส่ง โดยเป็นสิทธิพิเศษนอกเหนือจากกฎหมายธรรมดา ในรูปของผลประโยชน์หรือการยกเว้นให้ไม่ต้องปฎิบัติ หรือไม่ต้องมีภาระอย่างใดอย่างหนึ่ง

      เช่น การยกเว้นภาษีอากร ภาษีศุลกากร ค่าธรรมเนียม
ความคุ้มกัน (immunities)

      เป็นสิทธิของรัฐผู้ส่งที่จะได้รับความคุ้มกันจากรัฐผู้รับ ซึ่งรัฐผู้รับจะปฏิเสธมิได้ ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ในบังคับของกฎเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่อยู่ภายใต้เขตอำนาจของรัฐอื่น

      เช่น ความคุ้มกันในตัวบุคคล ความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน ความละเมิดมิได้ในสถานทูต
เอกสิทธิและความคุ้มกันเริ่มต้นเมื่อบุคคลเข้ามาในดินแดนของรัฐผู้รับเพื่อรับตำแหน่ง หรือกรณีอยู่ในดินแดนอยู่แล้วจะได้รับตั้งแต่บอกกล่าวการแต่งตั้งต่อกระทรวงการต่างประเทศ

หมดไปเมื่อการดำรงตำแหน่งของผู้แทนทางทูตสิ้นสุดลงหรือถึงแก่กรรม

 ความคุ้มกันของตัวแทนทางทูต
บุคคล

      - ความละเมิดมิได้ในตัวแทนทางทูต (inviolability) ปลอดจากการจับกุมกักขัง รัฐผู้รับต้องปฏิบัติต่อตัวแทนทางทูตด้วยความเคารพตามสมควรและจะดำเนินการป้องกันการประทุษร้ายต่อตัวบุคคล เสรีภาพและเกียรติของตัวแทนทางทูต
สถานที่

      - ความละเมิดมิได้ในสถานทูตและที่อยู่ส่วนตัวของผู้แทนทางการทูต ทรัพย์สินอื่นของคณะผู้แทนในสถานที่นั้น รวมถึงพาหนะในการขนส่ง

 บรรณสารและเอกสาร

      - ของคณะผู้แทนจะถูกละเมิดมิได้ไม่ว่าเวลาใด และอยู่ ณ ที่ใด

 ทรัพย์สินของตัวแทนทางทูต

      - จะถูกละเมิดมิได้
ศาล
      - ความคุ้มกันจากเขตอำนาจทางตุลาการในรัฐผู้รับทั้งคดีอาญา แพ่ง และปกครอง
 การบังคับคดี
 เสรีภาพในการสื่อสาร
      - ถุงทางทูตจะไม่ถูกเปิดหรือถูกกักไว้
      - หีบห่อส่วนบุคคลจะได้รับยกเว้นการตรวจลงตรา
 รัฐที่สามต้องอำนวยความสะดวกและความคุ้มกันอย่างอื่นเพื่อประกันการผ่านหรือการกลับของตัวแทนทางทูตและครอบครัว
ข้อยกเว้นของความคุ้มกัน

การดำเนินคดีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ส่วนตัวของผู้แทนทางทูตในรัฐผู้รับ
การดำเนินคดีเกี่ยวกับการสืบมรดก  
            ในฐานะผู้จัดการมรดก ทายาท ผู้รับมรดก

การดำเนินคดีเกี่ยวกับกิจกรรมทางวิชาชีพหรือพาณิชย์เพื่อผลกำไรส่วนตัวในรัฐผู้รับโดยนอกเหนือจากหน้าที่การงาน
ทั้งนี้ ต้องไม่ใช่กรณีการถือครองอสังหาริมทรัพย์ในนามของรัฐผู้ส่ง หรือกระทำการในนามของรัฐผู้ส่ง 

ข้อสังเกต
      เขตอำนาจทางตุลาการและบริหารของรัฐผู้ส่งยังคงมีผล
      ประมวลกฎหมายอาญา
      มาตรา 9 เจ้าพนักงานของรัฐบาลไทยกระทำความผิดตามที่บัญญัติ ไว้ใน มาตรา 147 ถึง มาตรา 166 และ มาตรา 200 ถึง มาตรา 205 นอกราชอาณาจักร จะต้องรับโทษในราชอาณาจักร
  ความคุ้มกันของบุคคลซึ่งปฏิบัติหน้าที่
ในคณะผู้แทนทางทูต

คนในครอบครัว (มิใช่คนชาติของรัฐผู้รับ)
      - ได้รับความคุ้มกันจากเขตอำนาจทางอาญา แพ่ง และปกครอง เช่นเดียวกับตัวแทนทางทูต
เจ้าหน้าที่ทางธุรการและวิชาการ รวมทั้งครอบครัว (มิใช่คนชาติหรือมีถิ่นที่อยู่ถาวรในรัฐผู้รับ)
 
ได้รับความคุ้มกันทางอาญา เช่นเดียวกับตัวแทนทางทูต
      - ได้รับความคุ้มกันทางแพ่ง และปกครองเท่าที่กระทำในหน้าที่
 
เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการ (มิใช่คนชาติหรือมีถิ่นที่อยู่ถาวรในรัฐผู้รับ)
      - ได้รับความคุ้มกันเท่าที่กระทำไปตามหน้าที่
      - ได้รับยกเว้นภาษีสำหรับค่าบำเหน็จที่ได้รับจากการจ้างงาน
หน้าที่ของคณะผู้แทนทางทูตต่อรัฐผู้รับ
เคารพกฎหมายของรัฐผู้รับ
ต้องไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐผู้รับ
การติดต่ออย่างเป็นทางการต้องกระทำผ่านกระทรวงการต่างประเทศของรัฐผู้รับ
ต้องไม่ใช้สถานที่ทำการในลักษณะที่ขัดต่อหน้าที่
ตัวแทนทางทูตต้องไม่กระทำการทางวิชาชีพหรือพาณิชย์เพื่อผลกำไรส่วนตัวในรัฐผู้รับ
การเยียวยาในกรณีละเมิด

 
ความคุ้มกันทางศาลไม่ถือเป็นข้อยกเว้นของกฎหมายในตัวเอง

รัฐผู้ส่ง : การสละความคุ้มกันทางทูตกระทำโดยชัดแจ้ง

การสละความคุ้มกันทางคดีแพ่งหรือปกครองไม่ถือเป็นการสละความคุ้มกันในทางบังคับคดี

รัฐผู้รับ : persona non grata


 


  
 
 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น